AFET 
หน้าแรก 
หน้าแรก>ข่าวสาร ความรู้>การเรียนรู้>บทความ
บทความ
 

“Futures Contract” เคล็ด(ไม่)ลับฉบับผู้ประกอบการ (4)

ผู้เขียน: ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
แหล่งเผยแพร่: หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน 13 กรกฎาคม 2554

 

 

        สัปดาห์ที่แล้วเราได้รู้จักแนวคิดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures Contract) ในการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและลดปัญหาการเจรจาต่อรองทางการค้าสินค้าเกษตร โดยมีเงื่อนไขว่าคู่ค้าทั้งสองฝ่าย (ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย) จะต้องเข้ามาซื้อขายล่วงหน้าใน AFET (ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย) ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ Futures Contract ในการล็อคราคาได้ดั่งใจ มั่นใจทางการค้า และลดปัญหาการต่อรองได้อย่างเต็มรูปแบบ (อ่านย้อนหลังได้ที่นี่ ) ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างดี แต่ก็มีประเด็นคำถามจากผู้ประกอบการหลายๆ ท่าน ว่า “ในกรณีที่คู่ค้าของเราไม่พร้อมที่จะเข้ามาซื้อขายล่วงหน้าใน AFET แล้วเรายังจะสามารถใช้ Futures Contract เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านราคาได้อีกหรือไม่”

        คำตอบคือ “ได้แน่นอน” โดยฝั่งผู้ขายสินค้าเกษตร (เกษตรกร กลุ่มสหกรณ์การเกษตร พ่อค้าคนกลางที่มีสต๊อกสินค้าในมือเพื่อรอการขาย) ซึ่งมีความเสี่ยงขาดทุนหากราคาสินค้าปรับตัวลดลงในอนาคต ก็สามารถเข้ามาขายล่วงหน้าได้ใน AFET ขณะที่ฝั่งผู้ซื้อสินค้าเกษตร (ผู้ส่งออก, พ่อค้าคนกลาง, โรงงานที่ต้องการสินค้าเกษตรไปเป็นวัตถุดิบ ) ซึ่งมีความเสี่ยงขาดทุนหากราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต ก็สามารถเข้ามาซื้อล่วงหน้าได้ใน AFET ได้ดังรูป

        เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน เรามาดูตัวอย่าง สหกรณ์ชาวสวนยางกลุ่มหนึ่ง รวบรวมยางเพื่อขายในอนาคต โดยขณะนั้น ราคายางในท้องถิ่นอยู่ที่ 134 บาท/กก. ขณะที่ราคายางล่วงหน้าใน AFET อยู่ที่ 140 บาท/กก. อย่างไรก็ตามสหกรณ์เกรงว่าราคายางจะปรับตัวลดลงในอนาคต ซึ่งหมายถึงรายรับและกำไรที่ลดลง จึงเข้ามาป้องกันความเสี่ยงใน AFET ดังนี้

        ในทางกลับกัน กรณีที่ผู้แปรรูปยางต้องซื้อสินค้าในอนาคตมาเป็นวัตถุดิบ โดยขณะนั้นสัญญายางล่วงหน้าที่ราคา 140 บาท/กก. และราคายางในท้องตลาด 134 บาท/กก. แต่ผู้แปรรูปยางเกรงว่าราคายางในอนาคตอาจปรับตัวสูงขึ้นซึ่งหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้นและกำไรที่ลดลง จึงป้องกันความเสี่ยงดังนี้

        ากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายล่วงหน้าสามารถล็อคราคาขายและต้นทุนซื้อของตนได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตามในชีวิตจริงของเราไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้นตลอดเวลา เพราะส่วนต่าง (Basis) ของวันที่เข้าซื้อขายล่วงหน้า (Actual Basis) กับส่วนต่าง (Basis) ณ วันที่ปิดสถานะในอนาคต (Expected Basis ซึ่งเราไม่อาจทราบค่าได้) นั้นอาจไม่เท่ากันเสมอไป ซึ่งหากค่าส่วนต่างดังกล่าวไม่เท่ากันจะส่งผลต่อราคาขายและต้นทุนซื้อสุทธิของผู้ประกอบการ แต่ปัญหานี้มีทางออก แต่จะเป็นวิธีการอย่างไรนั้นติดตามได้ในสัปดาห์หน้า

 

<-- Back   ^ Top
© สงวนลิขสิทธิ พ.ศ. 2550 ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา