AFET 
หน้าแรก 
หน้าแรก>ข่าวสาร ความรู้>ข่าวสาร>ข่าวสินค้าโภคภัณฑ์
Commodity News
 

ม.นเรศวรเตือนไทยเสียแชมป์ข้าวจี้พัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรสู้

5 กรกฎาคม 2555
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

 

มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก พื้นที่ผลิตข้าวสำคัญของประเทศ ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาข้าวของไทยไว้หลายชิ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางเพิ่มศักยภาพการแข่งขันข้าวไทย ซึ่งนับวันลดน้อยลง ทุกขณะ และในที่สุดการผลิต-การส่งออกข้าวที่ไทยเป็นเบอร์หนึ่งของไทยต้องสูญเสียไปอย่างแน่นอน

"กรุงเทพธุรกิจสัมภาษณ์" นายสุจินต์ จินายน อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ถึงแนวทางการปรับตัวของวงการค้าข้าวไทยทั้งระบบ

นายสุจินต์ กล่าวว่า พื้นที่การทำนา ของไทยมีมากถึง 70 ล้านไร่ ผลผลิตแต่ละปีสูงกว่า 30 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 21 ล้านตันข้าวสาร สามารถส่งออกได้มากที่สุดถึง ปีละ 10 ล้านตัน ใช้บริโภคในประเทศเพียงไม่เกิน 20 ล้านตัน/ปี ทำให้ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก แต่ผลสำรวจและผลวิจัยพบว่าใน 10 ปีข้างหน้าไทยจะสูญเสียตำแหน่งนี้ไป โดยมองว่าเวียดนามจะก้าวขึ้นมาแทน ทั้งในแง่ของผู้ผลิตและ ผู้ส่งออกรายใหญ่ และในอนาคตพม่าจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว

ปัจจัยหลักที่ทั้ง 2 ประเทศนี้ มี แนวโน้มจะเบียดไทยขึ้นเป็นประเทศ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสำคัญของโลก มาจากการที่รัฐบาลของประเทศดังกล่าวใช้วิธี เข้ามาบริหารจัดการ ตั้งแต่การผลิตจนถึง การส่งออก ต่างกับไทยที่รัฐบาลแทรกแซงราคา โดยรับจำนำข้าวและกำหนดราคาสูงกว่าตลาด แต่การส่งออกยังเป็นเรื่องของเอกชนที่แข่งขันราคากันเอง จนทำให้ ไทยสูญเสียตลาดข้าวคุณภาพต่ำให้กับเวียดนามไป

จากการศึกษาเรื่องการปลูกข้าวและการส่งออกของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น เวียดนาม พม่า อินเดีย พบว่าประเทศต่างๆ เหล่านี้เริ่มมีอัตราการผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้นและมีสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากประเทศต่างๆ เหล่านี้ เริ่มนำเทคโนโลยีและความรู้ด้านพันธุศาสตร์ เข้ามาปรับปรุง รวมถึงการทุ่มงบประมาณ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและ วางแนวนโยบายอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ไทยมีทิศทางที่ตรงกันข้าม ทั้งเรื่องเทคโนโลยี หรือการพัฒนาองค์ ความรู้การวิจัยพันธุ์ข้าวยังไม่ได้รับการส่งเสริมเท่าที่ควร ด้านนโยบายยังไม่มีความชัดเจน ข้าวยังถูกกำหนดนโยบายจากฝ่ายการเมือง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ผลิตจริง ผลสะท้อนที่ออกมา คือ ไทยมีผลผลิต และการส่งออกข้าวที่ลดลง

"สถานการณ์ที่เกิดขึ้นน่าเป็นห่วง ทั้งคุณภาพข้าวที่ลดลง ตลาดที่เสียไป ในขณะที่ไทยต้องเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี และไทยต้องการเป็นพี่เบิ้มในเวทีนี้ให้ได้ จึงต้องเร่งพัฒนา ปรับปรุงเริ่มจากสิ่งที่ยังขาดก่อน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในสิ่งที่ยังเป็นจุดอ่อนของวงการข้าวไทย"

มหาวิทยาลัยนเรศวรมองว่าเพื่อให้ไทยเป็นแชมป์ในภูมิภาคอาเซียนเกี่ยวกับข้าวไทย ต้องมีการพัฒนาใน 3 ด้านประกอบด้วย 1.ด้านองค์ความรู้ 2.การผลิต คุณภาพรวมถึงผลิตภัณฑ์จากข้าว และ 3.การขยายตลาด

ทั้งหมดนี้มีองค์ประกอบที่ต้องรีบทำ คือ การผลิตเครื่องจักรกลทางการเกษตรตั้งแต่การผลิตจนถึงการแปรรูป เพื่อทดแทนสถานการณ์ที่ไทยขาดแรงงาน และปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้วงจรการปลูกข้าวแปรปรวน เกิดโรคระบาด เก็บเกี่ยวไม่ทันทำให้คุณภาพข้าวลดลง

"ในขณะนี้แม้ว่าการทำนาของไทย จะมีการใช้เครื่องจักรกลมากขึ้นตั้งแต่ รถไถนาเครื่องปลูกข้าว เครื่องเกี่ยวข้าว แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้า จากต่างประเทศ ยังไม่เหมาะสมกับสภาพการทำนาของไทย เครื่องปลูกข้าวไม่เหมาะสม กับพันธุ์ที่ไทยมีอยู่ ทำให้การปลูกไม่ได้ผล ในขณะที่เครื่องเกี่ยวข้าวไม่สามารถแยกพันธุ์ และมีอัตราการสูญเสียมากส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรที่ควรได้รับสูญหาย ไปด้วย"

เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการทำนาของไทย ควรเกิดจากการคิดค้นจากคนไทยเอง เพราะรู้จักสภาพพื้นที่ สายพันธุ์ข้าวของไทยมากที่สุด แต่เนื่องจากคนไทย ยังไม่พร้อมที่จะสร้างนวัตกรรมขึ้น ก็จำเป็นต้องใช้วิธีการคิดต่อยอดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ เพื่อที่ไทยจะเป็นเจ้าแห่งเครื่องจักรกลนี้และส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต ส่งออกข้าวหรือของอาเซียนและของโลกให้ได้

มาเลเซียทุ่มเทเรื่องการคิดค้นเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรมาก โดยมี เป้าหมายเพื่อจะส่งออกในตลาดอาเซียน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยังขาดเครื่องจักรกล ที่มีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวร จะจัดประชุมนานาชาติขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดยเฉพาะเกี่ยวกับด้านข้าว โดยเชิญผู้แทน จากประเทศในอาเซียน รวมทั้งจีน เกาหลี และญี่ปุ่นเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในการพัฒนาร่วมกัน

สำหรับการพัฒนาพันธุ์ เป็นเรื่องรองลงมาจากปัญหาเรื่องเครื่องจักรกล แต่ไทยต้องไม่หยุดและต้องวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พันธุ์ข้าวที่มีอยู่ มีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 448 กิโลกรัม ต่ำกว่าผลผลิตเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 680 กิโลกรัม และต่ำกว่าผลผลิตเฉลี่ยของเวียดนามอยู่ที่ 862 กิโลกรัม ทั้งนี้เพราะหน่วยงานภาครัฐยังไม่สนับสนุนให้ใช้พันธุ์ข้าวลูกผสม ที่ให้ผลผลิตสูง

อนาคตการผลิตข้าวไทย จะต้อง ปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น การใช้ผลิตเส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง อาหารเพื่อสุขภาพอื่น เป็นต้น จากปัจจุบันการผลิตข้าวของไทยเพื่อป้อนตลาดบริโภคทางตรงเพียงอย่างเดียว และมีความจำเป็นต้องใช้พันธุ์ข้าวลูกผสมเพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวที่สูงขึ้น

'เทคโนโลยีที่ 'เหมาะสมกับ การทานาของไทย ควรเกิดจากการคิดค้นจากคนไทยเอง'

 

 
<-- Back   ^ Top
© สงวนลิขสิทธิ พ.ศ. 2550 ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา